สกสค.เดินหน้าปล่อยกู้ช.พ.ค.6 วงเงินสูงสุด1.2ล้าน

สกสค.เดินหน้าปล่อยกู้ช.พ.ค.6 วงเงินสูงสุด1.2ล้าน ให้ผู้กู้ทำประกันชีวิต-หัก2พันเข้ากองทุน

เงินกู้ตั้งแต่ 1,100,001 – 1,200,000.- บาท คงเหลือไม่ต่ำกว่า 8,000.- บาท ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเงินกู้.

แบบฟอร์มเงินกู้โครงการ ช.พ.ค.6

MLR-0.50ดาวน์โหลดเอกสารกู้

รายงาน ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แจ้งว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการ ศึกษา (สกสค.) ได้เปิดให้สมาชิกกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการ ศึกษา  ช.พ.ค.ในโครงการใหม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เปิดให้สมาชิก ช.พ.ค.ยื่นกู้ในโครงการที่ 5 ในวงเงินสูงสุดรายละ 600,000 บาท ซึ่งโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.ใหม่นี้ ไม่ได้ระบุว่าเป็นโครงการที่ 6 โดยเอกสารที่ สกสค.แจกให้กับสมาชิก ช.พ.ค.ที่ได้ยื่นเอกสารกู้นั้น ระบุว่า เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษา ค่ารักษาพยาบาล ชำระหนี้สิน และอื่นๆ มีวงเงินกู้ตั้งแต่ 600,000 บาท สูงสุด 1,200,000 บาท มีระยะเวลาชำระเงินกู้ 10 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย MLR-0.50 ต่อปี ซึ่งปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MLR= 5.85 นอกจากนี้ยังกำหนดให้ผู้ยื่นกู้ต้องทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ แต่ให้ยึดตามความสมัครใจ และให้ทำประกันชีวิตกับบริษัทที่ได้กำหนดไว้ รวมทั้งผู้กู้ต้องยินยอมให้หักเงินสมทบเข้ากองทุนส่งเสริมความมั่นคง โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.เป็นเงิน 2,000 บาท

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ สกสค.ได้เตรียมปล่อยกู้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.6 มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เรื่องได้เงียบไป เนื่องจากมีหลายฝ่ายออกมาคัดค้าน อาทิ นายวรากรณ์ สามโกเศศ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และนายพนม พงษ์ไพบูลย์ อดีตปลัด ศธ. ที่เห็นว่าจะยิ่งทำให้ปัญหาหนี้สินครูเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้มีนโยบายให้ สกสค.ควรเข้ามาร่วมแก้ไขหนี้สินครูในภาพรวมทั้งระบบ ซึ่ง ศธ.ได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาวิเคราะห์การดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตครูทั้ง ระบบขึ้นมา เพื่อนำข้อมูลหนี้สินครูหารือกับกระทรวงคลัง โดยนายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัด ศธ.ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาวิเคราะห์ฯ เพิ่งนำเสนอข้อมูลให้นายชินวรณ์ไปแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ผู้สื่อ ข่าวรายงาน จากการสำรวจหนี้ครูครั้งล่าสุดของคณะกรรมการศึกษาวิเคราะห์ฯ พบว่า ครูทั่วประเทศมีหนี้สินมากถึง 1 ล้านล้านบาท เป็นเงินที่กู้จากโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.1-5 กว่า 3 แสนคน มีมูลค่าหนี้สินกว่า 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งหนี้มากเป็นอันดับ 2 รองจากการกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู 87 แห่งทั่วประเทศ และเฉพาะโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.5 มีครูยื่นกว่า 1 แสนคน นอกจากนี้นายชินวรณ์ยังระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า หาก สกสค.จะทำโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.จะต้องมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าโครงการที่ผ่านมาๆ อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่าโครงการ ช.พ.ค.6 ออกมาในช่วงที่นายชินวรณ์และผู้บริหาร ศธ.ส่วนใหญ่เดินทางไปราชการยังต่างประเทศ

นาย วัฒนา วรรณโสภา รองเลขาธิการ สกสค. กล่าวว่า สกสค.ได้เปิดให้สมาชิก ช.พ.ค.ยื่นกู้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.6 แล้ว เนื่องจากมีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นสมาชิก ช.พ.ค.ทั่วประเทศประมาณ 7 หมื่นคน ที่เดือดร้อน ได้แจ้งความจำนงให้ปล่อยกู้ให้ ทำให้ต้องเดินหน้าโครงการนี้ต่อ ซึ่งจะได้พิจารณาปล่อยกู้ให้เฉพาะสมาชิก ช.พ.ค.ที่เดือดร้อน อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ไม่จำเป็นต้องรอข้อสรุปการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบที่จะต้อง หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพราะเป็นคนละส่วนกัน

ที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 8 สิงหาคม 2553

เปิดบริการแล้วสำหรับโครงการเงินกู้ ชพค โครงการ6

หลักเกณฑ์เงื่อนไข สินเชื่อ (โครงการ ช.พ.ค.6)

หลักเกณฑ์เงื่อนไข สินเชื่อ(โครงการ ช.พ.ค.6)
หลักเกณฑ์เงื่อนไข สินเชื่อโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. (โครงการ ช.พ.ค.6) ให้สมาชิกอ่านก่อนคาดว่าจะให้กู้ภายในเดือน ส.ค 53 นี้)

คุณสมบัติผู้กู้
1. เป็นสมาชิก ช.พ.ค. ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ณ วันที่ยื่นกู้
2. กรณีที่ขอกลับเข้าเป็นสมาชิก ช.พ.ค. ต้องมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับตั้งที่รับอนุมัติให้กลับเข้าเป็นสมาชิก
3. ไม่เคยค้างเงินสงเคราะห์รายศพ ช.พ.ค. ก่อนยื่นคำขอกู้ 6 เดือน และชำระเงินให้เป็นปัจจุบัน
4. ไม่เคยค้างเงินงวดผ่อนชำระเงินกู้โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. ก่อนยื่นคำขอกู้ 3 เดือนแลชำระเงินให้เป็นปัจจุบัน
5. ต้องรักษาสถานภาพ ช.พ.ค.ตลอดอายุสัญญา
6. ไม่กู้เงินโครงการอื่นของ ช.พ.ค. สำหรับผู้ที่กู้เงินโครงการ ช.พ.ค. อยู่ก่อนโครงการนี้ ขอกู้ได้โดยการหักกลบลบหนี้
7. ผู้กู้ที่มีเงินเดือน,บำนาญต้องมีเงินเดือนหรือบำนาญคงเหลือย้อนหลัง 3 เดือนติดต่อกัน หรือผู้กู้ที่ไม่มีรายได้ประจำต้องมียอดเงินฝากผ่านบัญชีธนาคารคงเหลือย้อน หลัง 6 เดือนต่อกัน

รายละเอียด ดังนี้
เงินกู้ไม่เกิน 600,000.- บาท คงเหลือไม่ต่ำกว่า 4,000.- บาท
เงินกู้ตั้งแต่ 600,001 – 700,000.- บาท คงเหลือไม่ต่ำกว่า 4,500.- บาท
เงินกู้ตั้งแต่ 700,001 – 800,000.- บาท คงเหลือไม่ต่ำกว่า 5,000.- บาท
เงินกู้ตั้งแต่ 800,001 – 900,000.- บาท คงเหลือไม่ต่ำกว่า 5,500.- บาท
เงินกู้ตั้งแต่ 900,001 – 1,000,000.- บาท คงเหลือไม่ต่ำกว่า 6,000.- บาท
เงินกู้ตั้งแต่ 1,000,001 – 1,100,000.- บาท คงเหลือไม่ต่ำกว่า 7,000.- บาท
เงินกู้ตั้งแต่ 1,100,001 – 1,200,000.- บาท คงเหลือไม่ต่ำกว่า 8,000.- บาท
8. หน่วยงานต้นสังกัดยินยอมหักเงินนำส่งชำระหนี้ให้ธนาคาร หากสังกัดสถานศึกษาเอกชนหรือมหาวิทยาลัยเอกชน หน่วยงานดังกล่าว ต้องยินยอมหักเงินและนำส่งหน่วยงานของสำนักงาน สกสค. ที่รับชำระเงิน
9. ผ่านการรับรองสิทธิจากสำนักงานคณะกรรมการ สกสค.

วัตถุประสงค์ การกู้เงิน
1. เพื่อการศึกษา
2. เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล
3. เพื่อชำระหนี้สิน
4. อื่น ๆ ตามความต้องการของผู้กู้

จำนวยเงินให้กู้
ราย ละไม่เกิน 1,200,000.- บาท (หนึ่งล้านสองแสนบาทล้วน) ยกเว้นผู้กู้อายุเกิน 65 ปี (นับถึงวันยื่นแบบคำขอกู้) ให้กู้ได้ไม่เกิน 600,000.- บาท (หกแสนบาทถ้วน)

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
1. อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เท่ากับ MLR – 0.50 ต่อไป
2. อัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ เท่ากับ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้บวก 2 ต่อปี

ระยะเวลาการให้กู้
ระยะ เวลาการกู้ 10 ปี เมื่อสัญญากู้ครบกำหนด หากธนาคารยังได้รับชำระหนี้ไม่ครบจะทำการทบทวนใหม่ทุก 1 ปี หากผู้กู้มีประวัติติดต่อดีและไม่มีการบอกเลิกสัญญา หรือหากธนาคารพิจารณาให้สัญญามีผลบังคับใช้ต่อ ให้ถือว่าสัญญามีผลบังคับใช้ต่อเนื่องปีต่อปี โดยไม่ต้องทำบันทึกต่ออายุสัญญากู้

หลักประกันเงินกู้
1. หนังสือยินยอมให้หักเงินสงเคราะห์ครอบครัว และ
2. หลักประกัน ข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
2.1 บุคคลค้ำประกัน
2.1.1 กู้ไม่เกิน 600,000.- บาท กรณีทำประกันสินเชื่อ ใช้บุคคลค้ำประกัน 1 คน กรณีทำประกันสินเชื่อ ใช้บุคคลค้ำประกัน 2 คน
2.1.2 กู้ตั้งแต่ 600,000.- บาท กรณีทำประกันสินเชื่อ ใช้บุคคลค้ำประกัน 2 คน กรณีทำประกันสินเชื่อ ใช้บุคคลค้ำประกัน 4 คน
2.1.3 คุณสมบัติผู้ค้ำประกัน
(1) ผู้ค้ำประกันต้องมิใช่คู่สมรสของผู้กู้
(2) ผู้ค้ำประกันต้องมีความสามารถในการทำนิติกรรม มีถิ่นที่อยู่แน่นอนสามารถติดต่อได้
(3) ผู้ค้ำประกันต้องยินยอมให้หักเงินเดือน,เงินบำนาญ หรือบัญชีเงินฝากธนาคาร
(4) หน่วยต้นสังกัดหรือหน่วยจ่ายเงินเดือน,เงินบำนาญของผู้ค้ำประกัน ต้องอยู่ในจังหวัดเดียวกับผู้กู้
(5) หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยจ่ายเงินเดือนและเงินบำนาญ ต้องแสดงความยินยอมให้หักเงินในหนังสือยินยอมให้หักเงินเดือนและเงินบำนาญ ของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน
(6) ผู้ค้ำประกัน 1 คน ค้ำประกันโครงการนี้ได้ไม่เกิน 2 สัญญา
(7) กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติงานด้านการศึกษา ต้องมีเงินเดือนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 10,000.- บาท ทั้งนี้ ไม่รวมพนักงานราชการ และลูกจ้างชั่วคราว สำหรับลูกจ้างประจำต้องมีอายุทำงานคงเหลือไม่น้อยกว่า 10 ปี
(8) กรณีเป็นครูโรงเรียนเอกชนในระบบ หรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัยเอกชนต้องมีอายุการปฏิบัติงานติดต่อกันมาแล้วไม่ น้อยกว่า 5 ปี และมีรายได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 10,000.- บาท

คำว่า ครูโรงเรียนเอกชนในระบบ หมายถึง บุคลากรวิชาชีพที่ทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอน และส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยวิธีการต่าง ๆ ในโรงเรียน และหมายรวมถึงผู้รับใบอนุญาต ผู้จัดการ และผู้อำนวยการของโรงเรียนเอกชนในระบบด้วย

คำว่า อาจารย์ในมหาวิทยาลัยเอกชน หมายถึง บุคลากรวิชาชีพที่ทำหน้าที่หลักทางด้านการเยนการสอน และส่งเสริมการเรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยเอกชนและให้หมายรวมถึงเจ้าของ ผู้อำนวยการ ผู้บริหารของวิทยาลัยเอกชนด้วย

คำว่า รายได้ หมายถึง เงินเดือนและรายได้อื่น เช่น เงินค่าตอบแทนพิเศษเป็นต้น
(9) กรณีที่เป็นข้าราชการบำนาญที่เกษียณอายุด้านการศึกษา ต้องมีเงินบำนาญและเงินรายไดอื่นที่ทางราชการจ่ายให้ ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 8,000.- บาท
2.1.4 หลักเกณฑ์สำหรับผู้ค้ำประกัน
ผู้กู้เป็น

เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติด้านการศึกษาครูโรงเรียนเอกชนในระบบ
อาจารย์ในมหาวิทยาลัยเอกชน ผู้ค้ำประกันต้องเป็น
– เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติงานด้านการศึกษา หรือ
– ข้าราชการบำนาญที่เกษียณอายุด้านการศึกษา หรือ
– ครูโรงเรียนเอกชนในระบบ หรือ
– อาจารย์ในมหาวิทยาลัยเอกชน

เจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ไม่ได้ปฏิบัติงานด้านการศึกษา – เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติงานด้านการศึกษา หรือ
– ข้าราชการบำนาญที่เกษียณอายุด้านการศึกษา หรือ
– พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา หรือ
– เจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในหน่วยงานเดียวกันกับผู้กู้ เฉพาะผู้ที่ปฏิบัติงานด้านการศึกษาหรือผู้ที่ปฏิบัติงานในสังกัดของกระทรวง วัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

เจ้าหน้าที่ประจำของสหกรณ์ออมทรัพย์ – เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติงานด้านการศึกษา หรือ
– ข้าราชการบำนาญที่เกษียณอายุด้านการศึกษา หรือ
– พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา หรือ
– เจ้าหน้าที่ประจำของสหกรณ์ออมทรัพย์ในหน่วยงานทางการศึกษา

อื่น ๆ นอกเหนือจากข้างต้น – เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติงานด้านการศึกษา หรือ
– ข้าราชการบำนาญที่เกษียณอายุด้านการศึกษา หรือ
– พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
ทั้ง นี้ กรณีผู้กู้ต้องการให้หักเงินงวดรายเดือนจากบุคคลอื่นชำระหนี้ให้ธนาคารบุคคล นั้นต้องให้ความยินยอม และมีความสัมพันธ์กับผู้กู้ ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรที่บรรลุนิติภาวะ เท่านั้น

2.2 หลักทรัพย์ค้ำประกัน ต้องเป็นของผู้กู้ คู่สมรส บิดา มารดา หรือบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้
2.2.1 ไม่เกินร้อยละ 100 ของจำนวนเงินผากคงเหลือในสมุดฝากเงิน และไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าสลากออมสินพิเศษ โดยไม่ต้องพิจารณามูลค่าสลากอออมสินพิเศษเมื่อถอนคืนก่อนครบอายุ หรือ
2.2.2 ไม่เกินร้อยละ 95 ขอราคาประเมินที่ดินพร้อมอาคาร หรือ
2.2.3 ไม่เกินร้อยละ 85 ของราคาประเมินที่ดินว่างเปล่า หรือ
2.2.4 ไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาประเมินห้องชุด

โดย เป็นอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่ดีมีความเจริญ มีสาธารณูปโภคพื้นฐานตามความจำเป็น และมีทางสาธารณประโยชน์ ซึ่งรถยนต์ผ่านเข้าออกได้สะดวก และต้องทำประกันอัคคีภัยตามวิธีที่ธนาคารกำหนด ทั้งนี้ กรณีหลักทรัพย์ตาม 2.2.2 – 2.2.4 เป็นของบุคคลอื่น ต้องมีความจำเป็นและเหมาะสม โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการสินเชื่อตามที่ธนาคารกำหนด

สมาชิกสามารถส่งแบบฟอร์มและเอกสารได้ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2553 เป็นต้นไป

หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อ สกสค. จังหวัดที่ท่านสังกัด

คำถามที่พบบ่อย
คำถาม คำตอบ
– กู้เงิน ช.พ.ค. โครงการอื่นแล้วกู้เพิ่มได้หรือไม่ ?
1. ผู้ที่กู้เงินโครงการ ช.พ.ค. อยู่ก่อนโครงการนี้ ขอกู้ได้โดยการหักกลบ
ลบหนี้ ทุกโครงการ รวมหนี้เงินกู้ ชพค. กับธนาคารกรุงไทย(เหลือเงินกู้
ชพค.เพียงสัญญาเดียว)
– เงื่อนไขการทำประกัน, ทำประกันอย่างไร, ทำประกันได้ผลตอบแทนอย่างไรบ้าง
1. ผู้กู้โครงการ 5 จะทำประกันเต็มวงเงินกู้ใหม่ หรือ ทำประกันใน
วงเงินที่เกินวงเงินกู้เดิมก็ได้ เช่น เดิมกู้ไว้ 6 แสน บาท และทำประกันไว้
ถ้ากู้โครงการนี้ 1.2 ล้าน จะทำประกันในวงเงินเต็ม 1.2 ล้าน หรือ ทำ
ประกันในวงเงินที่เพิ่มเติมอีก 6 แสนบาท ก็ได้

2. เมื่อผู้กู้ถึงแก่กรรม สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. จะดำเนินการปิด
บัญชีเงินกู้ โดยหักจากเงินประกัน (เงินสงเคราะห์ครอบครัวยังรับเท่า
เดิม)
– ถ้าไม่ทำประกันได้หรือไม่

1. ถ้าไม่ทำประกันจะต้องหาผู้ค้ำกันเพิ่มตามเงื่อนไขที่กำหนด และ เมื่อ
ผู้กู้ถึงแก่กรรม จะต้องหักเงินสงเคราะห์ชำระเงินกู้ก่อน ซึ่งอาจไม่พอ
ชำระหนี้ (ธนาคารจะดำเนินการติดตามเอาจากเงินได้อื่นหรือจาก
ทรัพย์สินของผู้กู้และผู้ค้ำประกันเพื่อชำระหนี้จนครบ)
– หลังจาก 9 ปี ถ้าไม่ตาย จะทำยังไง

1. เมื่อครบ 9 ปี กรณีสมาชิกอายุไม่เกิน 65 ปี ก็ต่อสัญญาเงินกู้และให้ทำ
ประกันต่อไปอีก กรณีอายุเกิน 65 ปี อาจต่อครั้งละ 1 ปี หรือ ถ้าภายใน 9
ปี เงินสงเคราะห์ครอบครัวอาจเพิ่มขึ้น (ปัจจุบัน 8 แสน) เพียงพอชำระ
วงเงินกู้ ก็อาจไม่ต้องทำประกัน หรือ อาจมีวิธีดำเนินการอื่นได้อีก
– ทายาท หมายถึง ลูกใช่หรือไม่

1. ทายาท หมายถึง ผู้ที่สมาชิกระบุให้เป็นผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์
ครอบครัวจะระบุคนเดียว หรือ หลายคน ก็ได้ (ทายาทที่ระบุสำหรับ
สมาชิกที่ขอกู้เงิน จะต้องไปเซ็นต์ยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน
สกสค. จังหวัด และจะต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้วเท่านั้น)
– ผู้กู้ ผู้ค้ำ และ ทายาท จะต้องไปที่สำนักงาน แล้วต้อง
ต้องไปเซ็นต์ที่ธนาคารออมสินอีกหรือไม่
1. ผู้กู้ และ ทายาท ไปพร้อมกันที่สำนักงาน สกสค. จังหวัด ในวันที่ยื่น
แบบคำขอกู้ และผู้กู้ ผู้ค้ำประกัน ต้องไปเซ็นต์ที่ธนาคารออมสิน ในวัน
ทำสัญญากู้เงินอีกครั้ง (ส่วนทายาทไม่ต้องไปที่ธนาคารออมสิน)
– ผู้ค้ำเป็นข้าราชการอยู่ต่างจังหวัดได้หรือไม่

1. ผู้ค้ำประกันจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข และต้องปฏิบัติงาน
อยู่ภายในจังหวัดเดียวกัน
– ตรวจสอบเครดิตบูโรภายใน คืออะไร

1. ผู้กู้ – ผู้ค้ำ จะต้องไม่ค้างชำระดอกเบี้ยเงินกู้ของ ช.พ.ค.-ช.พ.ส. , ค่า
สงเคราะห์รายศพ, เงินกู้อื่น ๆ ของธนาคารออมสิน หากตรวจสอบว่ามี
การค้างชำระ จะต้องดำเนินการชำระหนี้สินที่ค้าง และ ชำระเงินให้เป็น
ปกติ อย่างน้อย 3 เดือน
– ทำไมเอกสารเยอะ/เงื่อนไขเยอะจัง

1. เอกสารจำนวน 2 ชุด/ผู้กู้ 1 คน ถ้าค้ำประกันผู้อื่นด้วย ก็ต้องเตรียม
เอกสารสำหรับการค้ำประกัน จำนวน 2 ชุด/คน หลักเกณฑ์เงื่อนไข
เป็นไปตามที่ธนาคารออมสินได้ทำข้อตกลงไว้กับ ช.พ.ค.
– โครงการ ฯ ปิดเมื่อไหร่

1. ยังไม่มีกำหนดปิดโครงการ ฯ (คาดว่าจะเปิดดำเนินการจนกว่าจะมี
คำสั่งให้ปิดโครงการ ฯ)
– การอนุมัติเงินต้องรอนานหรือไม่, ต้องรอนานแค่ไหน

1. สำนักงาน สกสค. จังหวัด ส่งเอกสารถึงธนาคารภายใน 1 สัปดาห์
2. การอนุมัติเงินกู้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาสินเชื่อของธนาคารออมสิน

คิดว่าคุณครูทุกท่านคงมีความสุข  มากขึ้นนะคะ กับโครงการนี้  🙂

 

About krukobrs

Ratchasima Wittayalai Schoool

Posted on 27/08/2010, in ราชสีมาวิทยาลัย and tagged . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: